กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM)

ภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะวิทยาศาสตร์

หัวข้อ “ควบคุมชั้นเรียนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ”

วันพุธที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลา 14.30-16.00F501 ชั้น 5 อาคาร F

********************************

ภาควิชาภาษาอังกฤษได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) เรื่องการควบคุมชั้นเรียนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีประเด็นที่สำคัญที่จะเป็นข้อเสนอแนะในการควบคุมชั้นเรียน 4 ประเด็น ได้แก่ ด้านเนื้อหาบทเรียน ด้านกฎกติกาในห้องเรียน ด้านตัวผู้สอน และด้านเทคนิควิธีการ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ด้านเนื้อหาบทเรียน

เนื่องจากบทเรียนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักศึกษาสนใจในการเรียน และเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนสามารถควบคุมชั้นเรียนได้ดี เมื่อเปรียบเทียบด้านเนื้อหาของแต่ละวิชาแล้วจะพบว่า นักศึกษาไม่ค่อยให้ความสนใจกับการเรียนไวยากรณ์ ทำให้รู้สึกเบื่อและไม่อยากเรียน ดังนั้น นักศึกษาจึงไม่สนใจสิ่งที่อาจารย์สอน และมีแนวโน้มว่าจะทำกิจกรรมอื่นๆ ในห้องเรียนแทน เช่น การพูดคุย การทำงานของวิชาอื่น การใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ผู้สอนควบคุมชั้นเรียนยากขึ้น ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะดังนี้

1.1 เนื้อหาที่เรียนควรเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ มีความสอดคล้องกับการใช้ในชีวิตประจำวันของผู้เรียนหรือตรงกับสาขาที่เรียน จะทำให้ผู้เรียนต้องการเรียนรู้

1.2 ผู้สอนต้องตั้งวัตถุประสงค์ในการสอนว่าต้องการให้ผู้เรียนได้อะไร แล้วจะนำไปสู่การคิดวิธีการสอนที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละรายวิชาและบทเรียน

1.3 ควรปรับเนื้อหาที่ซับซ้อนให้ง่ายขึ้น เช่น การยกตัวอย่างอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน ให้ต้นแบบแล้วให้นักศึกษาฝึกเขียนหรือฝึกพูดตาม เป็นต้น

2. ด้านกฎกติกาในห้องเรียน

ผู้สอนต้องกำหนดกฎกติกาในห้องเรียนให้ชัดเจนและแจ้งให้นักศึกษาทราบตั้งแต่คาบเรียนแรก เพื่อทำความเข้าใจและตกลงกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียน เช่น ถ้าแต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบมหาวิทยาลัย
จะไม่ให้
pre-test และ post-test ถ้าสวมรองเท้าแตะมาเรียน ขอให้ถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง และจะเชิญนักศึกษาออกจากห้องเมื่อนักศึกษาพูดคุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น หรือ ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเกม หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน นอกจากนี้ อาจารย์ผู้สอนอาจจัดที่นั่งสำหรับนักศึกษาที่เข้าห้องเรียนสาย เมื่อนักศึกษาเห็นว่าถ้ามาสายต้องนั่งแยกกับเพื่อน จะปรับพฤติกรรมให้มาตรงเวลา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สอนจะต้องใช้กฎกติกาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และให้ความเท่าเทียมกับนักศึกษาทุกคน แต่ในประเด็นนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้บางท่านมีความคิดเห็นว่า ไม่ควรให้ความสนใจในเรื่องการแต่งกายของนักศึกษามากจนเกินไป ควรสนใจในเรื่องความตั้งใจเรียนและการให้ความร่วมมือในชั้นเรียนมากกว่า

3. ด้านตัวผู้สอน

3.1 ผู้สอนต้องมีความมั่นใจในเนื้อหาวิชาที่สอน ควรหมั่นฝึกเขียนและอ่านให้มากเพื่อให้มีความรู้มากกว่านักศึกษา ซึ่งจะทำให้นักศึกษาเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้สอน

3.2 ผู้สอนต้องรู้วิธีการใช้น้ำเสียงและท่าทางที่เหมาะสม เช่น ใช้เสียงดังหนักแน่น หน้าตาเคร่งขรึมเพื่อบอกถึงความจริงจังหรือน้ำเสียงแบบเป็นกันเอง หน้าตายิ้มแย้มเพื่อขอความร่วมมือ เป็นต้น

3.3 ผู้สอนควรเข้าถึงนักศึกษารายบุคคล เพื่อสอบถามความคิดเห็นและสร้างทัศนคติเชิงบวกของนักศึกษาต่อผู้สอนและรายวิชานั้นๆ รวมทั้งยังสามารถทราบปัญหาและให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

4. ด้านเทคนิควิธีการ

4.1 มีกิจกรรมเสริมเตรียมไว้ เมื่อผู้สอนเห็นว่าผู้เรียนเริ่มให้ความสนใจกับเนื้อหาน้อยลง ก็นำกิจกรรมเสริมมาใช้ เช่น กิจกรรมการวาดภาพประกอบกับการเขียนประโยคโดยใช้หลักไวยากรณ์หรือเนื้อหาที่เรียนในวันนั้น การหาวิดีโอคลิปที่น่าสนใจและไม่ยากจนเกินไป ให้นักศึกษาฝึกฟังและเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการเรียน

4.2 ใช้การสอนแบบแบ่งกลุ่ม หากกลุ่มใดตอบได้ก็ให้จดคะแนนของกลุ่มตัวเองไว้ ผู้เรียนจะเกิดความสึกกระตือรือร้นในการเรียนเหมือนกับอยู่ในการแข่งขัน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ผู้เรียนชอบเรียนแบบแข่งขันเป็นกลุ่ม

4.3 ใช้วิธีการสอนให้รู้สึกเหมือนเป็นการพูดคุยกับผู้เรียน มีการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบแทนการที่ผู้สอนพูดบรรยายแต่เพียงฝ่ายเดียว

4.4 ใช้ใบสะสมคะแนน (Tickets) เพื่อดึงดูดความสนใจและดึงความร่วมมือจากผู้เรียน

4.5 ใช้ Flipped Learning (เอกสารแนบ 1) โดยให้นักศึกษาไปศึกษาเนื้อหาวิชาของบทเรียนนอกชั้นเรียน แทนการบรรยายเนื้อหาวิชานั้นๆ ในชั่วโมงเรียน และเมื่อเข้ามาในห้องเรียนจะมีการทำกิจกรรมร่วมกัน การอภิปรายและการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ในสิ่งที่ได้ไปเรียนรู้มาก่อนเข้าห้องเรียน วิธีการนี้จะช่วยให้นักศึกษาที่มีผลการเรียนปานกลางหรือค่อนข้างต่ำเรียนดีขึ้น เพราะมีเวลาเตรียมตัวมาก่อน สามารถเตรียมคำตอบล่วงหน้าได้

4.6 ใช้เทคนิคและมาตรการอื่นๆ ในการสอนเพิ่มเติมในบางกรณี เช่น

- ขอความร่วมมือจากนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

- พูดคุยเล่าประสบการณ์หรือเรื่องราวที่นักศึกษาสนใจโดยเชื่อมโยงให้เข้ากับบทเรียน

- จำชื่อนักศึกษาให้ได้ เพื่อเรียกนักศึกษาเวลาที่นักศึกษาให้ความสนใจในบทเรียนลดลง

- เรียกชื่อนักศึกษาที่พูดคุย หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ให้ตอบคำถามหรืออธิบายสิ่งที่อาจารย์ได้อธิบายไป หรือสิ่งที่เพื่อนตอบอาจารย์

- มีการพูดเตือนล่วงหน้า เช่น วิชานี้มีติด F เป็นจำนวนมาก นักศึกษาต้องพยายามอย่าขาดเรียนและให้อยู่ทำกิจกรรมในชั้นเรียนตลอดคาบ

- ในการเรียนการสอนต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง เช่น มีการให้รางวัลเมื่อให้ความร่วมมือ หรือทำโทษเมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎ เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องแสดงให้นักศึกษาเห็นถึงความยุติธรรมและความสม่ำเสมอ

-------------------------------

 

Last Updated ( Tuesday, 26 December 2017 10:28 )