วิศวกรอุตสาหการกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC

นายธนกฤต โชติภาวริศ

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC) คือการวางผัง สร้างเมืองใหม่ให้เป็นเขตอุตสาหกรรมที่มีสภาพแวดล้อม ทำเล และระบบสถาธารณูปโภคที่ดีเยี่ยม สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งอยู่ในวิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 โดยมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหาร การแพทย์ และการท่องเที่ยว ซึ่งมีความแตกต่างจากอุตสาหกรรมเดิมด้านเงื่อนไขของการใช้เทคโนโลยีสูง ระบบมาตรฐานที่ซับซ้อน การจัดการระบบสารสนเทศทีมีข้อมูลมากมายมหาศาล สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้การบริหารจัดการและกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อีกทั้งอุตสาหกรรมดังกล่าวทั้งหลายนี้มีความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องทำการวิจัยค้นคว้าและพัฒนามากขึ้นเพื่อแข่งขันด้านการสร้างนวัตกรรมให้ออกมาสู่ตลาดให้เร็วและเหนือคู่แข่ง นอกจากนี้การหลั่งไหลของแรงงานต่างชาติทั้งในและนอกอาเซียนที่จะเข้าออกประเทศไทยรวมถึงการลงทุนของบริษัทต่างชาติจำนวนมาก จึงมีการใช้ภาษาที่หลากหลายนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ดังนั้นทักษะความรู้ของทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นต้องมีจึงหนีไม่พ้นความรู้ด้านวิทยาการขั้นสูงทั้งด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ระบบสารสนเทศ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการออกแบบการผลิตและการวิเคราะห์ผล รวมถึงความสามารถทางด้านภาษา

แม้ว่าการดำเนินธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการพัฒนาเพื่อสร้างความได้เปรียบธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันการแข่งขันของอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้นี้จะเต็มไปด้วยความรุนแรงและชิงความได้เปรียบในทุกด้าน ทั้งในแง่การลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดเวลาการผลิตและขนส่ง ลดของเสีย ลดมลภาวะ ลดบุคลากร ลดการใช้วัตถุดิบ ทั้งในแง่การเพิ่มมูลค่าด้วยการใช้เทคโนโลยีในขั้นสูงในการพัฒนาการใช้งานและคุณภาพของสินค้าและบริการ ทั้งในแง่การจัดการโซ่อุปทานที่ซับซ้อนเพื่อลดการสูญเปล่าและเพิ่มความรวดเร็ว ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เทคนิคด้านวิศวกรรมอุตสาหการมาใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้เนื่องด้วยการใช้ระบบอัติโนมัติเพื่อการผลิตที่รวดเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกับระบบสารสนเทศ อีกทั้งระบบการผลิตที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ทักษะความรู้ที่จำเป็นของวิศวกรอุตสาหการต้องปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ได้แก่ การจัดการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใน รวมถึงความรู้ด้านการประเมินความน่าเชื่อถือและความทนทานของระบบ (Reliability and robustness) ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ต่างไปจากองค์ความรู้ดั้งเดิม (Classic industrial engineering) ณ ปัจจุบันวิศวกรอุตสาหการพยายามแสวงหาทักษะดังกล่าวด้วยการฝึกอบรมหรือศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเพิ่มเติมรวมถึงการศึกษาเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการทำงาน ส่วนทางภาคอุตสาหกรรมต้องการบุคลากรที่มีความรู้เหล่านี้ตั้งแต่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเพื่อให้สามารถทำงานได้โดยเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการส่งไปฝึกอบรมหรือเรียนรู้ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลาในการทำงานที่องค์กรต้องเสียไป

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ภาคการศึกษาจะต้องปรับตัวในการเพิ่มวิชาที่จำเป็นที่นักศึกษาในสาขาวิศวกรรมอุตสาหการจำเป็นต้องนำไปใช้จริงในการทำงาน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในไทยบางแห่งปรับสาขาวิศวกรรมอุตสาหการเป็นสาขาวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการระบบ ได้มีการปรับตัวโดยปรับวิชาเรียนให้เหมาะสม เช่น มีการนำความรู้ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เข้ามาเพิ่มเติมโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การเรียนการสอนที่เน้นการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะทางช่วยในการออกแบบการจำลองแบบปัญหาและตัดสินใจที่ดีที่สุด (Simulation and optimization) นอกจากนี้การเพิ่มทักษะในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสรรค์สร้างนวัตกรรม (Creative thinking for innovation) ซึ่งจำเป็นสำหรับการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้วิศวกรอุตสาหการยังมีทักษะของความเป็นผู้นำ (Leadership) และทักษะการสื่อสาร (Communication skill) เพราะแนวโน้มการทำงานของวิศวกรดังกล่าวจะไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องอยู่กับกระบวนการผลิตเท่านั้น หากแต่ยังต้องทำงานแบบบูรณาการ (Integration) ตลอดทั่วทั้งองค์กร เนื่องจากการทำงานด้วยระบบอัติโนมัติมีความเกี่ยวข้องทั้งการผลิต ออกแบบ วางแผน บำรุงรักษา และการจัดหา บุคลากรในโรงงานต้องเข้าใจทุกตำแหน่งงานทั้งระบบและทำงานร่วมกันได้ทุกตำแหน่ง การจัดการองค์กรจะเป็นแบบขนาน (Parallel) มากกว่าแบบแนวดิ่ง (Top-down) แต่ละตำแหน่งงานจะรับผิดชอบงานหลากหลายแบบเพื่อเป็นไปตามการผลิตแบบฉลาด (Smart system) การทำงานทางเทคนิคจะพึ่งพาระบบอัตโนมัติและคอมพิวเตอร์มากขึ้น ส่วนการตั้งเป้าหมาย แนวทางการออกแบบ และการตัดสินใจจะใช้การวิเคราะห์และประเมินจากวิศวกรเพื่อนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องในองค์กรต่อไป

จึงอาจกล่าวได้ว่าวิศวกรยุค 4.0 ต้องมีทักษะความรู้รอบด้าน ทั้งความสามารถในเชิงวิศวกรรม การจัดการ ระบบสารสนเทศ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ รวมถึงทักษะการสื่อสาร ประเทศไทยต้องจัดเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอทั้งคุณภาพและปริมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุค 4.0 ให้ยั่งยืน เข้มแข็ง และเป็นชาติที่พึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

ที่มา:

http://www.nesdb.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6382

 

Last Updated ( Monday, 05 February 2018 15:28 )